วันเสาร์, พฤศจิกายน 17

การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน คราวนี้มาในเรื่องอาหารกันบ้าง ต่อไปนี้พฤติกรรมพ่อบ้านแม่บ้านไปจ่ายตลาดจะเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนนี้

ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก โรคที่เกิดจากอาหารหรืออาหารเป็นพิษนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วโลก โดยถูกรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลกว่า 700 ล้านรายและเสียชีวิตกว่า 400,000 รายต่อปี หรือพูดอีกอย่างคือในแต่ละปีนั้นมีประชากรเฉลี่ย 1 ใน 10 จะป่วยจากโรคที่เกิดจากอาหาร นอกจากนี้การขาดกระบวนการความปลอดภัยด้านอาหารยังส่งผลให้มีคนเสียชีวิตประมาณ 400,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนหนึ่งมาจากการที่อาจมีสารปนเปื้อนอยู่ในอาหารสด ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอาหารสดที่นำมาขายตามร้านหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นมาจากที่ใด ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งที่มาของอาหารเหล่านี้เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

บริษัท TE-FOOD เป็นบริษัทตัวอย่างรูปแบบใหม่ที่ให้บริการในการตรวจสอบอาหารสดตั้งแต่แหล่งที่มาจนถึงนำมาทำอาหารเลย หรือที่เรียกว่า Farm-To-Table ทางบริษัทจะมุ่งเน้มไปที่ตลาดเกิดใหม่ โดย TE-FOOD จะตรวจสอบทั้งห่วงโซ่อุปทานของอาหารสด (ตั้งแต่ฟาร์ม, โรงฆ่าสัตว์, ผู้ค้าส่ง, ผู้ขาย) และจัดเครื่องมือให้กับผู้บริโภค, บริษัทและผู้มีอำนาจเพื่อเก็บประวัติอาหารและข้อมูลเชิงลึกด้านคุณภาพของอาหาร ในปัจจุบัน TE-FOOD มีการตรวจสอบหมูกว่า 12,000 ตัว, ไก่ 200,000 ตัวและไข่ไก่ 2.5 ล้านฟองในทุกๆวัน ซึ่งในปี 2018 นี้ทางบริษัทจะมีการขยายการตรวจสอบเช่น วัว, ปลา, อาหารทะเลและผักผลไม้

แพลตฟอร์มของ TE-FOOD ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนและ smart contracts เป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างบัญชีการทำธุรกรรมที่เชื่อถือได้เพื่อรวมผู้บริโภค, ผู้เข้าร่วมในห่วงโซ่อุปทานและหน่วยงานให้อยู่ในระบบนิเวศแห่งเดียวกัน

เป้าหมายของ TE-FOOD

  • เพื่อช่วยทำให้อุตสาหกรรมอาหารมีความโปร่งใส
  • เพื่อให้เทคโนโลยีกลายเป็น “ผู้มีอำนาจ”
  • เพื่อลดขนาดและผลกระทบของโรคระบาดและการหลอกลวงด้านอาหารในประเทศเกิดใหม่ทั่วโลก
  • เพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคผ่านการกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจ
  • เพื่อช่วยให้ฟาร์มขนาดเล็กสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

TE-FOOD ช่วยให้บริษัทต่างๆในห่วงโซ่อุปทานอาหารสด (ตั้งแต่ฟาร์ม, โรงฆ่าสัตว์, ผู้ค้าส่ง, ผู้ขาย) สามารถจัดการข้อมูลด้านการขนส่งและความปลอดภัยของอาหารที่ถูกการดำเนินงานอยู่ได้ โดยจะมีเครื่องมือชนิดต่างๆทางเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้กับปศุสัตว์, การขนส่งและการจัดส่งอาหารสดตามรายการต่างๆทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผลิตภัณฑ์อาหารสดที่อยู่ในร้านค้าปลีกสามารถตรวจสอบดูได้ว่าแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากที่ใดและพร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบอาหารสดด้วยการใช้ QR Code บนบรรจุภัณฑ์ห่ออาหารได้

TE-FOOD ได้ดำเนินการนำร่องโครงการในประเทศเวียดนาม ซึ่งเปนประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนประชากรกว่า 94.5 ล้านคน เมื่อในปี 2015 รัฐบาลเวียดนามได้ริเริ่มดำเนินโครงการตรวจสอบเนื้อหมู, ไก่ และไข่ไก่ตั้งแต่แหล่งที่มาจากฟาร์มจนถึงร้านค้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างบล็อกเชน ทางรัฐบาลนั้นได้ร่วมมือกับบริษัท TE-FOOD จากประเทศฮังการีด้วยการใช้แอพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อให้บริษัทต่างๆสามารถปรับตัวเข้ากับระบบได้ โดยได้ดำเนินการเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา โดยการจัดการของทั้งรัฐบาลและบริษัท TE-FOOD ถือได้ว่าสำเร็จไปได้ด้วยดีในการอบรมบริษัทกว่า 6,000 แห่งในทางใต้ของเวียดนาม ในปี 2017 ได้เริ่มดำเนินการอบรมบริษัทส่งออกไก่และไข่ไก่และตรวจสอบไก่จำนวน 250,000 ตัวและไข่ไก่จำนวน 2 ล้านฟองต่อวัน

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบอาหารทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความโปร่งใส สำหรับผู้บริโภคแล้วความเชื่อมั่นในอาหารที่สดและสะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ การที่ให้ผู้บริโภคตรวจสอบข้อมูลของอาหารได้ด้วยตนเองนั้นทำให้มั่นใจได้ว่าได้รับอาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้จริงๆ ไม่ใช่ว่าเป็นฟาร์มเถื่อนหรือโรงงานเถื่อน ถือได้ว่าเป็นการป้องกันเบื้องต้นอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดโรคทางอาหารตามมาภายหลัง

หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ สุดท้ายนี้ทางทีมงานขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะคะที่ให้ความสนใจในบทความของพวกเรา

 

ข้อมูลเพิ่มเติม :

https://ico.tefoodint.com/te-food-white-paper.pdf

https://www.tefoodint.com/

รูปภาพ :

http://saovietphar.com/nguoi-sai-gon-tim-que-quan-con-ga-bang-ung-dung-tren-dien-thoai.htm

Facebook Comments