วันอังคาร, กันยายน 25

การประยุกต์ใช้บล็อกเชนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ วันนี้ทางทีมงานนำบทความดีๆและน่าสนใจมาให้ท่านได้อ่านกันอีกแล้ว  แต่ว่าจะมีความน่าสนใจมากแค่ไหน มาเริ่มกันได้เลยยยย

The World Economic Forum (WEF) องค์กรที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์กำลังร่วมงานกับรัฐบาลแคนาดาเพื่อนำร่องในการทดลองโครงการการระบุตัวตนของนักท่องเที่ยวด้วยระบบดิจิทัล (Known Traveller Digital Identity: KTDI) ที่มุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นหลัก

Known Traveller Digital Identity (KTDI) มีจุดประสงค์จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และข้อมูลทางชีวภาพ (Biometric) เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้าหรือม่านตา มาช่วยในการปรับปรุงความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศและช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่ง KTDI จะมีลักษณะคล้ายๆกับ Know Your Customer (KYC) มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการยืนยันว่าบุคคลท่านนี้ มีตัวตนจริง ข้อมูลถูกต้องตามที่แจ้ง ช่วยในการป้องกันการปลอมแปลง แอบอ้างการใช้ข้อมูล รวมถึงการโกง เป็นต้น

การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้คาดว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยงเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 50 % และอาจจะสูงถึง 1.8 พันล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมากและจะก่อให้ GDP ของประเทศดียึ่งขึ้นด้วย

ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศจะต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อขออนุญาตเดินทางข้ามประเทศ โดยทางเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานจะต้องขอดูข้อมูลแสดงตัวตนอย่างหนังสือเดินทาง (Passport) และประเมินความเสี่ยงของนักท่องเที่ยว โดยการออกนอกประเทศจะต้องให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตรวจประวัติว่าเป็นบุคคลที่สามารถออกนอกประเทศได้หรือไม่ หรือเป็นบุคคลที่เดินทางอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบ

ระบบของ Known Traveller Digital Identity จัดให้นักท่องเที่ยวใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อจัดเก็บข้อมูลแสดงตัวตนและสามารถส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานได้ เรียกว่า หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (ePassport)  ตัวอย่างเช่น เก็บสำเนาบัตรประชาชน, ใบปริญญาจากมหาวิทยาลัย, หลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ, รายงานการเดินทางข้ามประเทศ, ข้อมูลศุลกากรหรือรายชื่อผู้ที่กำลังเดินทาง ซึ่งระบบ KTDI จะช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวใช้เวลาได้รวดเร็วขึ้น

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (ePassport) จะประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับชีวประวัติของผู้ถือหนังสือเดินทางและคุณลักษณะด้านความปลอดภัยในรูปแบบของการระบุตัวตนด้วยข้อมูลชีวภาพที่เรียกว่าลายเซ็นดิจิทัล (ลายนิ้วมือ ใบหน้าหรือม่านตา) ที่ผนึกข้อมูลเหล่านี้และทำให้มั่นใจได้ถึงความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของข้อมูลทำให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประโยชน์หลักอีกประการหนึ่งของ ePassports คือจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสามารถตรวจสอบความสมบูรณ์และความถูกต้องของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่และได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจหรือไม่

โดยเทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนโครงการ Known Traveller Digital Identity คือ

  1. Distributed Ledger: บัญชีแบบการกระจายข้อมูลและไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ซึ่งจะช่วยให้เกิดความน่าเชื่อถือโดยไม่มีการควบคุมจากหน่วยงานศูนย์กลาง                                                                                                     ข้อมูลของเราที่จะถูกใช้ในการระบุตัวตนจะถูกกระจายอยู่ทั่วเครือข่าย โดยจะไม่มีผู้ดูแลระบบส่วนกลางหรือเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์ ดังนั้นบัญชีการกระจายข้อมูลจะถูกแบ่งปันแบบ peer-to-peer
  1. Cryptography: การเข้ารหัสลับจะช่วยให้มีระดับความปลอดภัยที่เหมาะสมในหน่วยงานและการแบ่งปันข้อมูล                                                                                                                                                                                     ข้อมูลจะมีความปลอดภัยด้วยการจับคู่กุญแจซึ่งประกอบไปด้วยกุญแจสาธารณะที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้และกุญแจส่วนตัวซึ่งสามารถมองเห็นและควบคุมได้แค่เจ้าของเพียงคนเดียว ทั้งกุญแจสาธารณะและกุญแจส่วนตัวถูกสร้างขึ้นพร้อมกัน แต่กุญแจส่วนตัวไม่สามารถสร้างมาจากกุญแจสาธารณะได้ทำให้ข้อมูลของเรามีความปลอดภัย
  1. Biometric: ข้อมูลชีวภาพจะช่วยบ่งบอกได้ว่านักท่องเที่ยวคนนั้นเดินทางอย่างถูกกฎหมายโดยการใช้ข้อมูลระบุตัวบุคคล                                                                                                                                                             ข้อมูลชีวภาพจะถูกใช้ในการเชื่อมต่อกับระบบเพื่อรับรองความถูกต้องในการอ้างสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละบุคคล ถ้าบุคคลที่ไม่ใช้เจ้าของอย่างแท้จริงมาเชื่อมต่อจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ การใช้ระบบข้อมูลชีวภาพสำหรับการตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยว สามารถตรวจสอบได้โดยการให้นักท่องเที่ยวสแกนลายนิ้วมือ ใบหน้าหรือม่านตากับอุปกรณ์ที่ใช้ในการรองรับการเชื่อมต่อ รวมทั้งสามารถยืนยันตัวตนของนักท่องเที่ยวได้ การรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะไม่เหมือนกับรหัสผ่าน โดยข้อมูลทางชีวภาพนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้และจะมีเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลเท่านั้นทำให้พิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพสูง สามารถระบุตัวตนได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ
  1. Mobile interfaces and devices: โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้สำหรับการระบุตัวตน                                                                                                                                                           โทรศัพท์มือถือ ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สะดวกที่สุดในการสร้างกุญแจส่วนตัวและกุญแจสาธารณะและการบันทึกกุญแจส่วนตัวอยู่ในรูปของลายเซ็นดิจิทัล การแบ่งปันข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่หรือผู้อื่นนั้นจะต้องได้รับข้อความแจ้งเตือนในการยินยอมที่จะแบ่งปัน โดยการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่โทรศัพท์มือถือเท่านั้นแต่ยังสามารถใช้นาฬิกาอัจฉริยะจนถึงแว่นตาเสมือนจริงได้ แต่ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวทุกคนจะมีโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณเชื่อมต่อ ดังนั้นทางท่าอากาศยานควรจัดหาทางเลือกอื่นในการยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ในการยืนยันการระบุตัวตน

การนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวอาจจะทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้วถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาระบบต่างๆให้มีความปลอดภัยและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าคุ้มมากๆเลยทีเดียว

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ  ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ให้ความสนใจและคอยติดตามเรื่อยมา ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม :

http://www3.weforum.org/docs/WEF_The_Known_Traveller_Digital_Identity_Concept.pdf

 

เครดิตรูปภาพ :

http://www.reuun.com/airplane-wallpapers.html

 

Facebook Comments