วันอังคาร, กันยายน 25

เทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยยับยั้งการประมงที่ผิดกฏหมาย

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันนี้ขอนำเสนอบทความบล็อกเชนอีกรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ไม่มีการกระทำที่ผิดกฏหมาย รวมทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบแน่ชัดว่าอาหารทะเลที่นำมาประกอบอาหารแท้จริงแล้วมาจากที่ใด ยิ่งไปกว่านั้นเป็นเรื่องยากที่จะทราบได้ว่าปลาที่คุณกินนั้นมาจากการประมงที่ถูกกฏหมายหรือไม่

ในปัจจุบัน การขาดความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหารเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ผู้บริโภคจำนวนมากไม่ทราบว่าอาหารที่นำมาประกอบอาหารมาจากที่ใด ซึ่งมันไม่ง่ายเลยที่จะระบุว่าอาหารทะเลเริ่มต้นจากที่ไหนหรือเดินทางไปที่ไหน โดยองค์กรสำคัญๆ อย่างเช่น The World Wildlife Fund (WWF) กำลังมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดความโปร่งใส โดยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้และกำลังเริ่มต้นใช้กับอุตสาหกรรมการประมง เนื่องจากอุตสาหกรรมประมงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผิดกฎหมายมากที่สุด ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าประมาณ 50% ของทรัพยากรประมงทะเลทั้งหมดถูกนำใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

WWF หรือกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล เป็นองค์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ โดยยับยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ และใช้พลังงานทดแทน ซึ่งทาง WWF ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแนะนำนวัตกรรมเทคโนโลยีบล็อกเชนแก่บริษัทอุตสาหกรรมปลาทูน่าและเป็นครั้งแรกในการเริ่มโครงการระงับการประมงที่ผิดกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หลายปีที่ผ่านมามีรายงานว่าผู้บริโภคอาจจะไม่รู้ตัวว่าปลาทูน่าที่ซื้อมาอาจมาจากการประมงที่ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่มีรายงานและไม่เป็นไปตามกฎระเบียบและยิ่งเลวร้ายกว่านั้นคือมีการใช้แรงงานทาสในการทำประมง แต่เทคโนโลยีบล็อกเชนจะมาช่วยให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าโดยการใช้สมาร์ทโฟน โดยจะบอกได้ว่าปลาที่จับมานั้นจับมาเมื่อไหร่ จับที่ไหน และเรือลำไหน วิธีการจับแบบไหน ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าพวกเขากำลังซื้อปลาทูน่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

WWF-Australia, WWF-Fiji และ WWF-New Zealand ได้ร่วมมือกับ ConsenSys ซึ่งบริษัทพัฒนาซอร์ฟแวร์และแอพพลิเคชั่นแบบการกระจายโดยไม่มีศูนย์กลางบนเครือข่ายอีเทอเรียม, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT), บริษัทประมงปลาทูน่าและบริษัทแปรรูปทูน่า (Sea Quest Fiji Ltd.) ในการจัดตั้งโครงการนี้ขึ้นมา โดยทางบริษัทแปรรูปทูน่า Sea Quest Fiji ได้ใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมปลาทูน่าเพื่อติดตามที่มาของปลาทูน่าจากเรือสู่โรงงานแปรรูปเพื่อจำหน่าย ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นแพลตฟอร์มสำหรับบันทึกข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

โครงการนี้มีชื่อว่า “Bait-to-plate” และการร่วมกันในการใช้ป้ายระบุความถี่วิทยุ (RFID: radio frequency identification) และรหัสการตอบสนองอย่างรวดเร็ว(QR code : quick response) และอุปกรณ์สแกนเพื่อติดตามการเดินทางของปลาทูน่าตามห่วงโซ่อุปทาน โดยเทคโนโลยีบล็อกเชนจะรวบรวมการเดินทางของพวกปลาในรูปแบบดิจิทัลและช่วยให้ทุกคนดูเรื่องราวของปลาตัวนั้นผ่านห่วงโซ่อุปทานได้ ในการติดตามจะเริ่มขึ้นทันทีที่ปลาถูกจับและติดป้ายโดยใช้ป้าย RFID ที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ซึ่งจะอยู่บนเรือ เมื่ออุปกรณ์ถูกตรวจพบแล้ว สถานที่ที่อยู่ของพวกปลาจะถูกอัปโหลดโดยอัตโนมัติไปยังบล็อกเชนตลอดกระบวนการผลิตอาหาร เมื่อปลาได้รับการจัดสรรแล้วก็จะติดตั้งป้าย QR code ลงบนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งรหัส QR code จะไม่ซ้ำกันและจะเชื่อมโยงกับเครือข่ายบล็อกเชนในการบอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปลาชนิดนั้นพร้อมกับป้าย RFID เดิม ส่วนป้าย QR code จะใช้ติดตามปลาในชั้นวางของซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสแกนในการดูข้อมูลได้

โดยที่ร้านค้าปลีกเป็นผู้ร่วมในโครงการในการใช้บล็อกเชนเพื่อให้การตรวจสอบแหล่งที่มาย้อนกลับของปลาทูน่าเป็นไปอย่างสมบูรณ์ สำหรับผู้ค้าปลีกกล่าวคือลูกค้าของพวกเขาสามารถสแกน QR code ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อดูข้อมูลและเป็นครั้งแรกในการติดตามผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งข้อมูลต่างๆในบล็อกเชนจะไม่เปลี่ยนรูปหรือเปลี่ยนแปลงได้แต่สามารถตรวจสอบได้ นี่คือจุดแข็งของเทคโนโลยีนี้

การประมาทและการปฏิบัติผิดจรรยาบรรณในอุตสาหกรรมประมงถือเป็นปัญหาที่สำคัญ การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ทำให้เกิดข้อดีหลายๆอย่าง ความโปร่งใสของโครงการ Bait-to-plate ใช้ในการปิดกั้นสำหรับการประมงที่ผิดกฎหมาย, ไม่เป็นระเบียบและผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานทาส การกำจัดอุตสาหกรรมประเภทนี้จะช่วยปกป้องชาวประมงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม การปฏิวัติครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนหลายประการ เชื่อกันว่าผู้บริโภคจะชื่นชอบผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าที่มีความโปร่งใส ในท้ายที่สุดอุตสาหกรรมปลาทูน่าใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อบีบให้ผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมายให้ออกไป และเทคโนโลยีบล็อกเชนนี้ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ตอบสนองได้ดีที่สุด นอกจากนี้บล็อกเชนยังได้รับการยอมรับจากบริษัทใหญ่ๆ ในขณะที่องค์กรต่างๆพยายามที่จะพัฒนาแอพพลิเคชันที่เป็นประโยชน์มากที่สุดในด้านความปลอดภัยและการเข้าถึงข้อมูล

หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม :

https://cryptoslate.com/know-fish-coming-blockchain-may-provide-answer/

http://www.wwf.org.au/news/news/2018/how-blockchain-and-a-smartphone-can-stamp-out-illegal-fishing-and-slavery-in-the-tuna-industry#gs.=F2rPRA

รูปภาพ :

https://www.theguardian.com/sustainable-business/2016/sep/07/blockchain-fish-slavery-free-seafood-sustainable-technology

https://www.forbes.com/sites/keshiahannam/2016/09/30/this-emerging-tech-company-has-put-asias-tuna-on-the-blockchain/#65a817512649

https://www.youbrandinc.com/blockchain/do-you-know-where-your-fish-is-coming-from-blockchain-may-provide-the-answer/

Facebook Comments