วันพฤหัส, มีนาคม 4

อยากเริ่มเทรด cryptocurrency เริ่มจากอะไรดี #2

สวัสดีครับ มาต่อกันกับเรื่องที่ว่า “อยากเริ่มเทรด crypto currency จะเริ่มจากอะไรดี” โดยสิ่งที่อยากเล่าให้ทุกท่านได้รู้จักก่อนจะไปเริ่มต้นเล่นนั้น นอกจาก buzzword ที่ผมได้กล่าวไปในตอนก่อนหน้านี้ มันก็ยังมีสิ่งอื่นๆ อีกที่ควรจะต้องรู้จักไว้จะได้เริ่มกันได้ถูกกันครับ เรามาต่อกันเลย…

โดยหัวที่จะกล่าวถึงในตอนนี้ ผมอยากให้ทุกท่านได้รู้จักกับตลาดหรือ Exchange ครับ ซึ่งในปัจจุบันนั้น มีตลาดสำหรับให้เราได้เทรดกันมากมายอย่างหาที่สุดมิได้จริงๆ ทั้งของต่างประเทศหรือของไทยเอง แต่อื่นเลยนั้น ท่านรู้หรือไม่ว่า ตลาดที่กำลังจะเล่นนั้น ท่านจะไปเล่นบนตลาดแบบไหน โดยคำว่าแบบไหนที่ผมยกมานั้น ผมแยกออกมาเป็น 2 ประเภทครับ คือ

1. ตลาดแบบ Centralized (Centralized Exchange หรือย่อกันสั้นๆว่า CEX) อันนี้เป็นตลาดที่หลายๆ ท่านนึกออกได้อย่างไม่ยากครับ มันก็คือแบบตลาดหุ้นนั่นแหล่ะ ที่มันจะมีกระดานของเว็บนั้นๆ ให้เราเข้าผ่าน URL ไปแล้วไปโพสซื้อขายได้ ทำงานอยู่บนลักษณะที่เป็น server แบบปกติสามัญ ซึ่งผมขอยกตัวอย่างคร่าวๆ มาดังนี้นะครับ

  • Binance (https://www.binance.com/) – เป็น Exchange ที่น่าจะท๊อปสุดของโลกแล้วโดยเป็นเว็บก่อตั้งโดยคุณ Changpeng Zhao ซึ่งเป็นคนชาวจีนโดยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2005 นู้นแหน่ะครับ
  • Buobi (https://www.huobi.com/) – อันนี้ก็เป็นอีก Exchange นึงที่ใหญ่มาก ก่อนตั้งโดยคุณ Leon Li ซึ่งเป็นชาวจีนเช่นกัน โดยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2013 ครับ
  • Coinbase (https://pro.coinbase.com) – เป็น Exchange สัญชาติอเมริกา ก่อตั้งโดยคุณ Brian Armstrong และ คุณ Fred Ehrsam เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2012
  • Kraken (https://www.kraken.com) – อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง Exchange สัญชาติอเมริกาโดยมีคุณ Jesse Powell เป็นผู้ริเริ่มโดยริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 และเปิดให้ใช้งานกันปี 2013

จากข้างบนนี้ผมยกมาเพียงแค่ Top4 ที่เรียงตามเรทติ้งจากเว็บ coinmarketcap เท่านั้นนะครับ จริงๆยังมีอีกเยอะแยะเลย แล้ว Exchange ที่เป็นสัญชาติไทยล่ะ มีบ้างไหม?….มีเช่นกันครับ โดยของไทยเองปัจจุบัน ณ วันที่ผมเขียนนี่ก็มีอยู่หลายเว็บแล้วลองไปส่องๆ ดูกันได้เลยครับ เช่น

ซึ่งในส่วนของไทยเองนั้น การจะเปิดตลาดซื้อขาย Crypto currency หรือที่เรียกว่า Exchange เนี่ย ไม่ได้อยู่ๆ นึกจะตั้งก็ตั้งได้เลยนะครับ ทุกเว็บที่จะเปิดให้ประชาชนมาซื้อขายได้นั้นต้องผ่านการรับรองจาก กลต. ก่อน ซึ่งเงื่อนไขก็หินอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่ในอนาคตก็คงจะมีเกิดขึ้นมาอีกเรื่อยเป็นแน่ครับ

2. ตลาดแบบ Decentralize (Decentralized Exchange หรือย่อกันสั้นๆว่า DEX) โดยเจ้าตลาดแบบ DEX นี้ก็ตรงข้ามกับแบบ CEX เลยครับ ตามชื่อเลยคือ Decentralized ก็หมายถึงทำงานบน blockchain นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มเกิดขึ้นมาหลายเจ้าแล้วล่ะ แต่ก็ยังมีแค่เพียงประมาณ 40 กว่าเจ้าเองครับ ซึ่งการจะเป็น DEX ได้นั้น ส่วนใหญ่แล้ว ตัวตลาดนี่จะอยู่ในรูปของ DAPP หรือ Decentralized Application หรือที่เรารู้จักกันว่า smart contract นั่นแหล่ะครับ ซึ่งระบบ Exchange โดยเจ้าหลักๆ ที่ผมจะยกมาคร่าวๆ ตัวที่ดังสุดๆ เลยคือ Uniswap (https://app.uniswap.org/) ครับซึ่งก่อตั้งโดยคุณ Hayden Adams เป็น DAPP ที่ทำงานอยู่บน Ethereum ซึ่งหลักๆ ก็จะเทรดได้ในพวกเหรียญ Token ที่เป็น Ethereum Token นะครับ เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน ประมาณเมษายนปี 2020 นี่เอง ในส่วนของไทยเองก็มีเหมือนกันครับคือของ Kulap (https://swap.kulap.io) ซึ่งก็ผ่านการรับรองจาก กลต. เช่นกันครับ

เพิ่มเติมครับ สำหรับ DEX นี้ หลายๆ ท่านอาจเรียกอีกอย่างว่า DeFi ก็อาจไม่ผิดนัก แต่เอาเข้าจริง DeFi มันครอบคลุมถึงเรื่องการเงินอื่นๆ ที่ทำงานแบบ Decentralized ด้วยเช่นธนาคาร กองทุน โดยเจ้า DeFi นั้นก็ย่อมาจาก Decentralized Finance แปลง่ายๆ ก็การเงินแบบไร้ศูนย์กลาง หรือแปลความว่าการเงินที่อยู่บน blockchain ครับ

สำหรับในตอนที่ 2 นี้ ก็หวังว่าทุกท่านน่าจะได้รู้จักกับโลกของ Crypto currency เพิ่มขึ้นมาในส่วนของเรื่องลักษณะ Exchange ที่มีอยู่ ก็ขอทุกท่านที่จะเริ่มไปเล่น ไปทำความรู้จักเจ้าที่ตัวเองจะไปเล่นให้ดี ไปดูความน่าเชื่อถือ ดูภาวะตลาด คนเล่นเป็นยังไง ไม่ต้องรีบร้อนครับ เดี๋ยวจะเสียมากกว่า สุดท้ายแล้วไม่ว่าท่านจะเลือกไปลงทุนที่ Exchange แบบไหนก็แล้วแต่ อย่าลืมนะครับว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ” ขอบคุณครับ 🙂