วันศุกร์, พฤษภาคม 25

ทำไมคนถึงชอบพูดกันว่า Blockchain คือ The Next Internet

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน Blockchain.Fish ทุกท่าน หลังจากที่ห่างหายไปนานกับภาระกิจที่ยุ่งเหยิง ช่วงนี้ได้มีเวลาพักลงบ้าง…เลยได้มีโอกาสกลับมาเขียนบทความสนุกๆ เพื่อแบ่งปันแนวคิด Blockchain กันครับ ขอออกตัวก่อนครับว่าบทความนี้ได้แรงบันดาลใจจากการที่พูดคุยเรื่อง Blockchain กับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีตัวนี้ตลอดช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา และผมก็ตกผลึกความคิดมาได้อย่างหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งในหลายความสามารถที่ Blockchain มันจะช่วยเราได้ ซึ่งประเด็นที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้จากความเห็นของผม ผมคิดว่ามัน คือ เรื่องที่กระทบโลก Internet อย่างมหาศาล และมันเป็นเสมือนการปลดล๊อคจุดตันของ Internet ไปอีกก้าวหนึ่งเลยทีเดียว นั้นก็คือ

ปัจจุบันนี้เราส่งของมีค่ากันผ่าน Internet จริงๆ ไม่ได้

ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ว่าในทุกวันนี้ถ้าเราสร้างเอกสารด้วยคอมพิวเตอร์ขึ้นมาซักฉบับและส่งไฟล์กันผ่าน Email หรือ Line Application ให้เพื่อน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกคอมพิวเตอร์ คือ มันจะ Copy File ไฟล์นั้นและส่งไปซึ่งจะทำให้เกิดไฟล์เดียวกันนั้นขึ้น 2 ที่ขึ้นบนโลกคอมพิวเตอร์นั้นคือ ไฟล์ที่อยู่ในเครื่องของเราและไฟล์ที่เครื่องของเพื่อนผู้รับที่มีหน้าตาเหมือนกันหมดทุกอย่าง

ทีนี้ถ้ามันเป็นไฟล์ Draft งานหรืออะไรทั่วๆไป ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเอกสารนั้นเป็นเอกสารที่จะมีผลทางกฎหมายหละ หรือเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการตีมูลค่าเงินมหาศาลหละ ???…คำถาม คือ เวลาเกิดเรื่องขึ้น ศาลท่านคงบอกว่าให้เอาเอกสารตัวจริงหรือต้นฉบับมายืนยันกันซิ…เอาหละครับงานเข้าและนี้คือประเด็นหลักของเราที่ผมอยากสื่อว่า Blockchain มันมาเป็นพระเอกตรงนี้หละ

 

เริ่มกันที่เงินก่อนครับ

ท่านลองนึกดูนะครับว่าทุกวันนี้เราส่ง เอกสารที่แทนเงิน (ธนบัตร) ผ่าน Internet ไม่ได้ใช่ไหมครับ…อ่ามาถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านคงมีคำถามในใจว่า เอ๊ะ…อะไรฉันก็โอนเงิน Online ได้หนะ…ใช่ครับการกระทำของท่านคิดว่าท่านโอนเงินได้ผ่าน Online แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ท่านต้องโอนผ่าน “Online Banking” นั้นเอง วิเคราะห์ให้ลึกลงไปครับจริงๆ แล้วท่านไม่ได้ส่งเงิน Online หนะ แต่ธนาคารเป็นคนจดบัญชีย้ายตัวเลขเงินของท่านแล้วไปเพิ่มตัวเลขในบัญชีผู้รับปลายทางให้จร้าาา…นี้หละครับจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่มนุษย์เราเอา Blockchain มาทำเป็น Digital Currency ได้แล้ว งืมมมมส่งกันโดยไม่ต้องมีธนาคารเลย (สำหรับตัวอย่าง Bitcoin ทำงานอย่างไร เราเคยมีบทความอธิบายไว้แล้วที่นี้เลยครับ)

พอเราได้แนวคิดในการส่งเงินแบบนี้แล้วเราลองมาวิเคระห์เอาไปทำอะไรต่อได้อีก เราลองมาดูเรื่องสนุกๆ ของใบเช็คกันครับ ท่านจะเห็นว่าปัจจุบันเทคโนโลยีของเช็ค คือ ธนาคารจะเชื่อถือคนถือเจ้าใบเช็คใบนี้หละไปขึ้นเงินใช่ไหมครับ จนถึงกับต้องมีกรรมวิธีปกป้องเวลาเช็คกระดาษหายเลยทีเดียว เช่นการระบบระบบการสั่งจ่าย ขีดคร่อม บราๆ…ทั้งนี้ก้คือเพื่อการันตีว่าจะเชื่อถือและขึ้นเงินให้ใครดีเวลามีคนเอาเจ้ากระดาษใบนี้มาขึ้นเงิน ด้วยจุดนี้ทำให้โลกเราไม่สามารถออกเช็คในรูปแบบอิเล็คทรอนิกส์และส่งกันผ่าน Internet ได้ซักทีเนื่องจากว่า ถ้าเราทำเช็คเล็คทรอนิกส์แล้วส่งให้ผู้รับผ่าน Internet ก็จะเกิดใบเช็คขึ้น 2 ที ธนาคารก็จะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ถือครองเช็คกันแน่ พอวิเคราะห์มาถึงตรงนี้เราจะพบว่า ถ้าเราเชื่อและรับเงินกันในรูปของแบบและแนวคิด Digital Currency นั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีการออกใบเช็คกันอีกต่อไปแล้ว

 

ถ้าไม่เกี่ยวกับเงินบ้างหละ

ถ้าเราแนวคิด Blockchain มาออกเอกสารสัญญาสำคัญกันแบบอิเล็คทรอนิกส์หละ ทีนี้ลองวิเคราะห์กลับไปดูว่าปัจจุบันเราทำเอกสารสัญญากันแล้วส่งผ่าน Internet นั้นก็จะเกิดไฟล์ 2 ที่ใช่ไหมครับ แล้วเราก็จะไม่รู้ว่าเอกสารไหนคือตัวจริง ใครมีสิทธิในเอกสารนี้กันแน่เพราะ 2 คนมีไฟล์ที่หน้าตาเหมือนกันเลย…แต่ด้วยแนวคิด Blockchain คือเวลาส่งอะไรให้กันก็ให้บอกไปที่คนอื่นทั้งหมดเลยใน Network ฉะนั้นเวลามีปัญหาเราก็จะรู้ได้ทันทีว่าไฟล์เอกสารอันนี้ใครเป็นคนมีสิทธิอยู่ และนี้คือจุดที่ทำให้เราสามารถส่งของมีค่าได้จริงๆผ่านระบบ Internet นั้นเองครับ นั้นทำมาถึงสิ่งที่เราเรียกกันว่า Digital Asset หรือ Virtual Asset ซึ่งในทุกวันนี้โลกของเรามีแนวโน้มจะใช้งาน Virtaul Asset กันมาขึ้นๆ เนื่องจากสะดวกมากและทำอะไรได้หลากหลาย

ขอยกตัวอย่าง Line เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ของ Virtual Asset ครับ วันนี้เวลาเราเติมเงินใน Line ก็จะได้เป็นค่า Point อะไรบางอย่างมา แล้วก็สามารถเอาไปซื้อ Sticker Line ได้นี้หละครับคือ Line เค้าแทนค่า Virtual Asset ของเราในรูปแบบ Point….และถ้าเราสร้างเจ้า Line Point นี้ด้วยแนวคิดของ Blockchain เสริมเข้าไปสิ่งได้ตามมาด้วยคือ มันจะทำให้ Point นี้ไม่ต้องจำกัดการใช้งานเฉพาะใน Line ต่อไป มันจะสามารถเอามาใช้นอก Line ได้ด้วยความสามารถในการเช่ื่อมกันแบบ Blockchain นี้เอง

 

คาดว่ามาถึงจุดนี้จินตนาการของท่านผู้อ่านทุกท่านคงวิ่งไปได้มากมายเลยครับ ฉะนั้นวันนี้ขอลาไปก่อนครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยปลุกจินตนาการถึงการใช้งานและเข้าใจว่า Blockchain จะมาช่วยเราได้อย่างไรบ้างแก่ผู้อ่านไม่มาก็น้อยนะครับผม

Facebook Comments