วันเสาร์, ธันวาคม 15

Proof of work แตกต่างกับ Proof of Stake อย่างไร


สวัสดีครับท่านผู้ท่านทุกท่าน
ต้องขออภัยด้วยที่ห่างหายไปนานเนื่องจากภาระกิจอันยุ่งเหยิงในช่วงที่ผ่านมานะครับ…วันนี้มีเวลาซักหน่อยเลยอยากมาอธิบายง่ายๆ กับคำถาม Classic และโดนถามบ่อยมากๆ จากผู้ที่กำลังเริ่มศึกษาเทคโนโลยี Blockchain นั้นคือ

“Proof of work แตกต่างกับ Proof of Stake อย่างไร”

เริ่มกันที่ Proof of work 

เราต้องเริ่มต้นกันที่การเข้าใจว่า Proof of work แท้จริงแล้วคืออะไรก่อนนะครับ ง่ายๆ เลย Proof of work นั้นมีต้นกำเนิดจาก Bitcoin…มันคือชื่อเรียกขั้นตอนในการขุด Bitcoin นั้นเอง การทำงานจริงๆ แล้ว Proof of work มีสมการซับซ้อนเบื้องหลังพอสมควรในการคำนวณครับ (แต่ ณ ที่นี้ผมจะขอยังไม่พาลงสมการนะครับ) โดยการทำงานของมันคือ เป็นการเล่นเกมแก้สมการครับ ซึ่งแต่ละนักขุด (Miner) จะต้องแข่งกันทั่วโลกเพื่อจะคิดคำตอบของสมการหนึ่งๆ ซึ่งสมการนี้จะคิดยากมากๆ โดยหลักการคือจะไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนแรงพอจะคำนวณมันได้โดยง่าย

ถามว่าเพื่ออะไรครับ จุดนี้คือเพื่อเคลมว่ามันคือระบบที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก เพราะจะไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนหรือคนเพียงคนเดียวที่จะโกงการคิดสมการนี้ได้ นั้นคือจุดขายหลักของ Bitcoin ครับ มันคือ กฎการตั้งระบบ Security ที่ทุกคนยอมรับร่วมกันและแข่งกันทั้งโลก มันคือมหกรรมที่มนุษย์เราตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแข่งกันแก้สมการเครื่องไหนแก้ได้ก่อนก็ได้ Bitcoin เป็นรางวัลไป และนั้นเป็นเหตุผลที่เราจะเห็นคนตั้ง RIG หรือเหมืองขุด Bitcoin กันโดยอาศัยจำนวนเครื่องเยอะๆ เพื่อให้ตนเองมีโอกาสแข่งชนะเกมสมการมากขึ้นนั้นเอง

พอเราเกิดมหกรรมการตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์มาเพื่อขุดและได้รับความนิยมไปทั่วโลก เป็นการแข่งกันอย่างดุเดือด และเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้แหล่งพลังงานหลักเป็น “ไฟฟ้า” นั้นเอง…นักนวัตกรรม Blockchain ต่างๆ จึงเริ่มตระหนักว่าโอ้ว…เรามาเล่นเกมแบบนี้กันมันกินไฟมหาศาลเลยนะ…บางสำนักก็เปรียบเทียบว่าการขุด Bitcoin ได้ 1 เหรียญกินไฟไปเท่ากับเกาะนั้นเกาะนี้ บางเจ้าก็ว่ากินไฟเท่ากับประเทศเล็กๆ 1 ประเทศใช้ใน 1 วัน ทีนี้สถิติทั้งหมดไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่าเยอะเท่าไร แต่ที่แน่ชัดเลยคือมันเยอะมากมหาศาล นั้นจึงเป็นที่มาของการเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาการบริโภคไฟฟ้ามหาศาลนี้ด้วยแนวคิด Proof ต่างๆ มากมาย ซึ่งวิธีที่ดูรุ่งมากที่สุดมีชื่อว่า Proof of Stake ครับ

ยุคของ Proof of Stake

ถามว่าทำไมแนวคิดแบบ Proof of Stake มันรุ่งที่สุด ง่ายมากครับเพราะมันเข้าใจได้สำหรับคนทั่วไปมากที่สุด..ในทางเทคนิคหลายวิธี Proof ที่ถูกนำเสนอโดยนักนวัตกรรม Blockchain ก็ดูดี แต่มันเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป เจ้า Proof of Stake นี้เลยดูดีสุดครับ มันมีการทำงานอย่างไรมาลองดูกันเลยครับ

เริ่มที่หลักคิดง่ายๆ นั้นคือ “การพิสูจน์ว่าคุณรัก Blockchain วงนี้มากแค่ไหน” ครับ..ผมไม่ได้เขียนผิดครับ…กำปั้นทุบดินเลยครับ Proof of Stake นั้นคือการยกเรื่องการแข่งขันกันแก้สมการออกไปเพราะการแข่งกันคิดมันกินไฟเยอะไง…ยกออกไปเลย แต่จะยกออกไปเฉยๆก็ไม่ได้ เพราะจากหลักการคือการแข่งกันและกินไฟเยอะๆนี้หละยิ่งเยอะยิ่งทำให้ระบบ Secure  มากยิ่งขึ้น ทีนี้ Proof of Stake เลยบอกว่าให้กระจายสิทธิในการคิดคำตอบของสมการไปตามคิวของผู้ที่รักในวงของ Blockchain มากที่สุดไล่ไปเรื่อยๆ..ผู้ที่รักมากยิ่งอยากให้ Blockchain วงนี้ทำงานต่อไปได้เรื่อยๆ นั้นเอง

ทีนี้จะพิสูจน์อย่างไรว่าคุณรัก Blockchain วงไหนมาก เพราะถ้าคุณรักมากคุณจะยิ่งมีสิทธิได้คิดคำตอบสมการก่อนคนอื่น นั้นหมายถึงคุณยิ่งมีสิทธิได้รางวัลตอบแทนมากยิ่งขึ้นด้วย…ง่ายที่สุดเลยคือ วัดความรักด้วยจำนวนเงิน (ฮาาา…) ครับนั้นคือ คุณก็ซื้อเหรียญสำหรับ Blockchain วงนั้นให้จำนวนมากที่สุดเท่าที่คุณจะมีกำลัง (หรือรัก 55) แล้วนำมามาใส่ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้คิดคำตอบสมการของคุณนั้นเอง ทีนี้เราจะเห็นว่า Miner 1 เจ้าก็ตั้งแค่คอมพ์เครื่องเดียว ไม่ต้องประมวลผลงานหนักด้วย ค่าไฟก็ลดตาม

มันง่ายสำหรับคนทั่วไปมากครับ ในบางครั้งมันถูกเรียกว่า การลงทุน Master Node นั้นเอง (เป็นเทรนใหม่ในวงการนักขุดด้วยครับ) มันคิดง่ายๆเหมือน เราลงทุนเลยฝากเงินไว้ในบัญชีแล้วได้ดอกเบี้ยนั้นเอง นี้คือจุดตัดที่ทำให้ Proof of Stake โด่งดังมากอย่างที่กล่าวไปครับ

อนาคตของ Proof of Stake 

ทีนี้ Proof of Stake ก็อยู่ในช่วงที่ยังสามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงต่อไปได้อีก นักนวัตกรรม Blockchain ต่างๆ กำลังพยายามหาวิธีทำให้แนวคิดแบบ Proof of Stake นี้เกิดประโยชน์สูงสุดเนื่องจาก บางคนก็ไม่เห็นด้วยเพราะว่าเราวัดความรักจากจำนวนเงิน นั้นหมายความว่าคนยิ่งรวยก็จะยิ่งรวยขึ้น มันไม่ต่างจากทุนนิยมปกติในปัจจุบัน มันไม่ได้ตอบสนองความต้องการแรกเริ่มของคุณ Satoshi ที่สร้าง Bitcoin ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ใครมีอำนาจเงินตราเหนือใครเป็นการกระจายความมั่งคั่งโดยเสรี จุดนี้คือสิ่งที่น่าสนุกและน่าติดตามมากครับว่า Proof of Stake จะสามารถพิสูจน์ตัวเองและอยู่รอดได้ไหมในวงการ Blockchain และโลกเสรีแบบ Digital ต่อไปเหมือนที่ Proof of work พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว..

 

Facebook Comments